การตอนกิ่ง (Layering)

การตอนกิ่ง หมายถึง วิธีการทำให้กิ่งพืชออกรากในขณะอยู่ติดกับต้นแม่ เมื่อกิ่งตอนนั้นออกรากดีแล้ว จึงตัดไปปลูกต่อไป

การตอนกิ่งเป็นการตัดท่อลำเลียงอาหารของพืชส่วนท่อน้ำยังมีอยู่ตามปกติ จึงทำให้กิ่งที่ทำการตอนได้รับน้ำอยู่ตลอดเวลา ด้วยเหตุนี้จึงทำให้กิ่งตอนสดอยู่เสมอจนกว่าจะออกราก

การออกรากของกิ่งตอน จะขึ้นอยู่กับความชื้น การถ่ายเทอากาศ และระดับอุณหภูมิที่เหมาะสม แต่ถ้าปล่อยให้ดินหรือวัสดุหุ้มกิ่งแห้งโดยมิได้ดูแล ย่อมจะเป็นอุปสรรคต่อการเกิดรากได้เช่นกัน  ดังนั้น ฤดูกาลที่เหมาะสมที่สุดในการตอนกิ่ง ควรเป็นฤดูฝน

การตอนกิ่ง  ใช้แก้ปัญหา โดยเฉพาะพืชบางชนิดที่ไม่สามารถออกรากได้โดยใช้วิธีตัดชำ  แต่ออกรากได้โดยวิธีตอนกิ่ง  สามารถทำได้ง่ายทั้งกลางแจ้งและในเรือนเพาะชำ  นอกจากนี้ กิ่งตอนยังมีจำนวนรากมากกว่ากิ่งตัดชำ เมื่อนำไปปลูก จึงมีโอกาสตั้งตัวได้เร็วและมีเปอร์เซ็นต์การตายน้อยกว่ากิ่งตัดชำ  ประการสำคัญอีกอย่างหนึ่ง คือ  พืชต้นใหม่ที่ได้จากการตอน จะมีลักษณะเป็นไม้พุ่มเตี้ย  จึงสะดวกต่อการดูแลปฏิบัติบำรุงรักษาและเก็บเกี่ยว โดยเฉพาะไม้ประดับ จะได้ทรงพุ่มที่สวยงาม  เป็นต้น  แต่กิ่งตอนมีข้อเสีย คือ พืชที่นำไปปลูกเมื่อโตเต็มที่จะล้มง่าย เพราะไม่มีรากแก้ว

ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตอนกิ่ง
1) การทำให้เกิดการสะสมอาหารและสารบางชนิดที่จำเป็นต่อการงอกราก ในบริเวณที่ทำการตอน โดยวิธีการทำให้กิ่งเกิดแผล เพื่อตัดท่อลำเลียงอาหารของพืชในส่วนอื่นๆ จึงเกิดการสะสมอาหารและสารบางอย่างขึ้นเหนือแผลที่ทำการตอน
2) การสร้างสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับการงอกรากของพืช เช่น ความชื้น อุณหภูมิ และแสงสว่าง
3) การดูแลรักษา ควบคุมความชื้นหรือการป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหาย อันเกิดจากศัตรูอื่นๆ เช่น มด แมลง สัตว์เลี้ยง เป็นต้น

อุปกรณ์ที่ใช้ในการตอนกิ่ง
1) มีดขยายพันธุ์หรือคัตเตอร์ (Cutter) หรือมีดติดตาต่อกิ่ง
2) ถุงพลาสติกขนาด 2×4 นิ้ว หรือ 3×5 นิ้ว
3) วัสดุหุ้มกิ่งตอน เช่น กาบมะพร้าว ถ่านแกลบหรือขุยมะพร้าว
4) เชือกมัดวัสดุหุ้มกิ่งตอน เช่น เชือกฟาง
5) ฮอร์โมนเร่งราก

รูปแบบการตอนกิ่ง  มีหลายวิธี ที่นิยมกันได้แก่
1)  การตอนกิ่งในอากาศ (Air Layering)
2)  การตอนกิ่งแบบฝังยอด (Tip Layering)
3)  การตอนกิ่งแบบฝังกิ่งให้ยอดโผล่พ้นดิน (Simple Layering)
4)  การตอนกิ่งแบบงูเลื้อย (Compound Layering)
5)  การตอนกิ่งแบบขุดร่อง (Trench Layering)
6)  การตอนกิ่งแบบสุมโคน (Mound or Stool Layering)

การขยายพันธุ์

ในการขยายพันธุ์กุหลาบเราสามารถทำได้หลายวิธี เช่น การตัดชำ  การติดตา การตอนกิ่ง และการเพาะเมล็ด  บางครั้งเพื่อให้ได้ต้นกุหลาบที่มีรากแข็งแรง และให้ผลผลิตสูงเกษตรกรมักนิยมกุหลาบพันธุ์ดีที่ติดตาบนตอกุหลาบป่า
การตอนกิ่ง
           วิธีนี้เป็นที่นิยมมาก เพราะทำได้ง่ายและเห็นผลเร็ว กิ่งที่เลือกต้องเป็นกิ่งที่สมบูรณ์ ไม่มีโรคหรือแมลงทำลาย  ไม่อ่อนหรือแก่เกินไป คือสีเปลือกเขียวเข้มจนถึงน้ำตาลอ่อน  เปลือกล่อนออกจากกิ่งได้ง่าย วิธีตอนที่นิยมทำคือ การตอนแบบหุ้มกิ่ง โดยใช้มีดคมๆ ควั่นเปลือกรอบกิ่ง 2 รอย ห่างกันประมาณ 2.5-3 ซม. ให้รอยควั่นด้านบนอยู่ใต้ตาเล็กน้อย  กรีดตามยาวและลอกเอาเปลือกออก แล้วใช้สันมีดขูดเมือก ออกให้หมด จากนั้นนำขุยมะพร้าวที่แช่น้ำจนอิ่มตัวหุ้มตรงรอยควั่น นำถุงพลาสติกมาหุ้มทับอีกที แล้วมัดด้วยเชือกที่หัวท้ายให้แน่น กิ่งตอนจะเริ่มออกรากในเวลา 2-3 สัปดาห์

การติดตา
           นิยมติดตาพันธุ์ดีบนต้นตอกุหลาบป่า ได้แก่ Rosa multiflora หรือ R.indical (R. chinensis) ซึ่งมี ความแข็งแรงและทนทาน ก่อนทำการติดตาต้องเตรียมต้นตอและเลือกตาพันธุ์ดีที่จะนำมาติด ควรเลือกต้นกุหลาบป่าที่กำลังเจริญเติบโต เปลือกล่อนจากเนื้อ  ตาที่ใช้ควรเป็นตาจากกิ่งที่ดอกเริ่มเหี่ยวประมาณ ตาที่ 3-4 นับจากตาแรกที่อยู่ใกล้ดอกลงมาหรือเลือกจากกิ่งที่สมบูรณ์เต็มที่  โดยเลือกเอาตาที่นูนเด่นชัด วิธีการที่นิยมทำคือ การติดตาแบบตัวที (T-budding) โดยกรีดต้นตอตามทางยาวประมาณ 3-4 ซม. แล้วตัดขวางชิดกับรอยกรีดด้านบน ใช้มีดเผยอเปลือกตามรอยกรีดด้านบนออกทั้งสองข้าง จากนั้นใช้มีดเฉือนตาจากกิ่งพันธุ์ดีที่เตรียมไว้ให้เท่ากับแผลบนต้นตอ นำแผ่นตาสอดลงไปในแผลบนต้นตอ พันด้วยพลาสติกให้แน่น หลังจากติดตา 7-10 วัน ถ้าแผ่นตายังเป็นสีเขียวแสดงว่าการติดตาได้ผล การขยายพันธุ์ด้วยการติดตานี้ทำให้กุหลาบของเรามีดอกได้หลายสีในต้นเดียวกัน

การปักชำกิ่ง
           วัสดุปักชำ ได้แก่ ทรายหยาบผสมกับขี้เถ้าแกลบ ในปริมาณเท่าๆ กัน กิ่งที่จะใช้ปักชำควรเป็นกิ่งที่มีดอกเริ่มแย้ม  หรือกิ่งที่ดอกบานไปแล้วไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ ตัดให้มีความยาว 5-6 นิ้ว มีใบติด 3-5 ใบ ขึ้นไป ตัดแล้วนำไปจุ่มในน้ำก่อนนำไปปักชำ ช่วงเวลาในการตัดกิ่งควรเป็นตอนเช้าหรือตอนเย็น วิธีนี้นิยมใช้ขยายพันธุ์กุหลาบหนู
การเพาะเมล็ด
            จะต้องให้เมล็ดผ่านอุณหภูมิต่ำชั่วระยะเวลาหนึ่งจึงจะงอก โดยธรรมชาติของกุหลาบจะติดเมล็ดในอากาศหนาวหรือเขตอบอุ่น  เมล็ดจึ่งไม่สามารถงอกได้ทันทีที่อุณหภูมิห้องปกติ เมื่อนำเมล็ดกุหลาบไปเพาะในภาชนะที่ใส่วัสดุเพาะ เช่น ขุยมะพร้าวที่ชื้นคลุมด้วยถุงพลาสติกแล้ว จะต้องนำไปเพาะในตู้เย็นประมาณ 3-4 สัปดาห์ จะมีจำนวนเมล็ดงอกประมาณ 5 เปอร์เซ็นต์ แล้วจึงนำออกมาไว้ข้างนอก เมื่อต้นกล้างอกหมด แล้วจึงย้ายลงกระถางหรือถุงชำ

พันธุ์นิยม

 กุหลาบมีมากมายหลากหลายพันธุ์พร้อมจะให้เลือกปลูก ซึ่งแต่ละพันธุ์มีทั้งข้อดีข้อด้อยแตกต่างกันๆไป  แต่ส่วนมากแล้วผู้ปลูกหน้าใหม่มักจะเลือกพันธุ์ที่มีสีสวยไว้ก่อน  ดังนั้นการเลือกพันธุ์ตามลักษณะสีของดอกจึงเป็นทางเลือกอีกทางหนึ่งสำหรับผู้คิดจะเริ่มปลูกกุหลาบ
ลักษณะสีของดอก

  single color rose  คือกุหลาบที่สีของกลีบดอกมีสีเดียว  ไม่ว่าจะเป็นด้านหน้าหรือด้านหลังของดอกและทุกๆกลีบมีสีเหมือนกัน
  Multi-color rose  คือกุหลาบที่สีของกลีบดอกเปลี่ยนไปตามอายุการบานของดอก  ในช่วงหนึ่งจะมีหลายสีเพราะดอกบานไม่พร้อมกัน ส่วนมากจะเป็นกุหลาบพวง
เช่น พันธุ์ Sambra หรือ Charleston
   Bi-color rose  คือกุหลาบที่สีของกลีบดอกมี 2 สี โดยกลีบด้านในเป็นสีหนึ่ง ด้านนอกเป็นอีกสีหนึ่ง เช่น พันธุ์ Forty Niner
   Blend-color rose  คือกุหลาบที่สีของกลีบดอกด้านในมีมากกว่า 2 สีขึ้นไป เช่น พันธุ์ Monte Carlo
   Srtiped color rose  คือกุหลาบที่กลีบดอกในแต่ละกลีบมีสีมากกว่า 2 สีขึ้นไป ส่วนใหญ่มักเกิดเป็นสีสลับกันเป็นเส้นตามความยาวของกลีบดอก เช่น พันธุ์ Candy Stripe
พันธุ์กุหลาบสีต่างๆ
       กุหลาบสีชมพู   เป็นสีที่นิยมปลูกกันมาก นอกจากจะให้ความโรแมนติกและสวยงาม น่ารักแล้ว กุหลาบสีชมพูยังเข้ากันได้ดีกับดอกไม้สีอื่นๆในแปลงดอกไม้ของเราอีกด้วย ในสีชมพูของกุหลาบนี้ยังมีหลายเฉดสี เช่น ชมพูเข้ม ชมพูอ่อน ชมพูอมส้ม ชมพูอมขาว เป็นต้น  การจะเลือกปลูกกุหลาบสีชมพูแบบไหนก็แล้วแต่รสนิยมของผู้ปลูก ในที่นี้จะขอนำตัวอย่างพันธุ์กุหลาบสีชมพูสวยๆมาให้ดูกันเพื่ออาจทำให้ผู้ปลูกหน้าใหม่เกิดแรงบันดาลใจ และหามาปลูกกันบ้าง
Queen Elizabeth  เป็นกุหลาบประเภท Grandiflora  ที่ให้ดอกเดี่ยวคล้ายกับ Hybrid Tea
ดอกดก  สวยงาม  ลำต้น แข็งแรง   ถ้ามีการตัดแต่งกิ่งบ้างจะเป็นพุ่มสวยงาม    เติบโตได้ดีในทุกสภาพอากาศ แต่ถ้าอากาศร้อนดอกอาจเล็กลง 

Bonica   กุหลาบพุ่ม Shrub เป็นพันธุ์ที่เหมาะกับสวนหรือแปลงดอกไม้เล็กๆ  ลำต้นเป็นพุ่มสูงประมาณ 2-4 ฟุต แข็งแรง  ทนทานต่อทั้งสภาพอากาศร้อนและอากาศหนาว  ปลูกและดูแลรักษาง่าย  เจริญเติบโตได้ดี  ดอกดก  ออกดอกเป็นช่อ  สีสวย
กุหลาบสีแดง   ไม่ว่ายุคไหนสมัยไหนกุหลาบสีแดงยังคงครองความเป็นที่นิยมตลอดกาล โดยเฉพาะสีแดงเข้ม กุหลาบแดงนอกจากจะมีสีสวยงามแล้ว ยังมีความหมายถึงความรักอีกด้วย ถ้าคุณจะเริ่มต้นปลูกกุหลาบสักต้น กุหลาบสีแดงนี่แหล่ะใช่เลย ลองพิจารณาเพื่อเป็นตัวเลือกอีกทาง
Don Juan กุหลาบเลื้อย  Climbing  ดอกสีแดง  ดอกใหญ่กลีบดอกซ้อน สวยงาม รูปทรงของดอกคล้ายกับ Hybrid Tea  ออกดอกเดี่ยวหรืออาจเป็นช่อ  ปลูกไว้เพื่อตัดดอกหรือเป็นไม้ประดับก็ได้ ลำต้นตรง แข็งแรง แต่ไม่สูงมาก  เหมาะที่จะปลูกเป็นไม้เลื้อยตามสวนเล็กๆหรือตามระเบียง เนื่องจากสีแดงของดอกมองเห็นได้ไกลและสะดุดตา กุหลาบพันธุ์นี้เจริญเติบโตได้ดีในอากาศร้อน
Christian Dior  กุหลาบตัดดอก  Hybrid Tea เป็นกุหลาบที่ได้รับความนิยมมาก เนื่องจากดอกสีแดงสด ให้ดอกดก  รูปทรงดอกดี   จำนวนกลีบดอกพอเหมาะ   กิ่งยาวตรง  แข็งแรง  หนามน้อย ใบค่อนข้างหนา  ดอกบานเต็มที่ขนาด 10-12 ซ.ม. กลิ่นหอมอ่อนๆ
กุหลาบสีเหลือง เริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้น อาจเป็นเพราะว่าสีเหลืองของดอกทำให้แปลงดอกไม้ดูมีชีวิตชีวาและสวยงามขึ้น  กุหลาบสีเหลืองมีอยู่หลายเฉดสี  เหลืองเข้ม เหลืองอ่อน เหลืองปนขาว เหลืองอมส้ม ที่แน่ๆสวยทุกเฉดสี กุหลาบเหลืองหมายถึงความร่าเริง ความสุข และมิตรภาพ
Midas Touch กุหลาบตัดดอก Hybrid Tea  ดอกสีเหลืองเข้ม  ดอกใหญ่ รูปทรงดอกดี
ก้านดอกแข็ง เหมาะสำหรับเป็นกุหลาบตัดดอก  ต้นสูงประมาณ 4-5 ฟุต  แข็งแรง ต้านทานโรคได้ดี
Amber Queen  กุหลาบพวง Floribunda สีเหลืองส้ม  รูปทรงดอกดี  ให้ดอกดก  ออกดอกเป็นพวงสวยงาม  กลิ่นหอม ใบสีเขียวเข้มตัดกับดอก ต้านทานโรคได้ดี
กุหลาบสีขาว ถูกใช้ในการจัดเป็นช่อดอกไม้เจ้าสาวสำหรับงานแต่งงาน เนื่องจากมีความหมายถึงความบริสุทธิ์  หรือความรักที่บริสุทธิ์
white Christmas กุหลาบตัดดอก Hybrid Tea   ดอกสีขาว ขนาดใหญ่  กลีบดอกซ้อน ใบขนาดกลาง สีเขียวอ่อน ค่อนข้างมันเป็นเงา  ดอกมีกลิ่นหอม ข้อเสียของกุหลาบพันธุ์นี้คือต้านทานโรคได้น้อย ต้องอาศัยการดูแลรักษาสูง
Pascali กุหลาบตัดดอก Hybrid Tea ขนาดต้นสูง 5 ฟุต กว้าง 2 ฟุต ใบสีเขียวเข้ม กลีบดอกซ้อน สีขาว รูปทรงดอกสวย  กลิ่นหอมอ่อนๆ
กุหลาบสีม่วง
Blue Moon กุหลาบตัดดอก Hybrid Tea ดอกสีม่วง (ชมพูอมฟ้า)  กลิ่นหอมมาก  ใบขนาดกลางสีเขียวไม่เข้มแต่ค่อนข้างมัน ต้นสูงประมาณ 3-4 ฟุต กว้างประมาณ 2 ฟุต เหมาะที่จะปลูกในแปลงหรือเป็นไม้กระถาง ข้อเสียคือต้องระวังโรคเชื้อรา
Burgundy Ice กุหลาบพวง Floribunda  ดอกสีม่วง กลิ่นหอม  ดอกเป็นพวง ใบขนาดเล็ก  ต้นสูงประมาณ 3 ฟุต พุ่มกว้างประมาณ 2-3 ฟุต นิยมปลูกประดับในแปลง ออกดอกประมาณเดือนพฤษภาคม-กันยายน
กุหลาบสีส้ม
Westerland Rose  กุหลาบเลื้อย  climbing  สีส้มอ่อน กลีบดอกซ้อน  ขอบกลีบมีรอยหยัก  ดอกมีกลิ่นหอม  ลำต้นตั้งตรง แข็งแรง ต้นสูงได้ถึง 8 ฟุต ใบนุ่มสีเขียวเข้ม อาจเกิดโรคราได้ง่าย  นิยมปลูกให้เลื้อยไปตามรั้วบ้าน
Tropicana  กุหลาบตัดดอก Hybrid Tea    ดอกสีส้ม หรือสีแสด ดอกขนาดใหญ่ รูปทรงดอกสวย  กลีบดอกประมาณ 30-35 กลีบ  เป็นกุหลาบที่ชอบแดด  ไม่ชอบน้ำมาก  ออกดอกตลอดฤดู  ดอกมีกลิ่นหอมมาก ต้นสูงตั้งแต่ 3-6 ฟุต กว้างประมาณ 3 ฟุต ใบใหญ่
สีเขียวเข้มเป็นมัน   ต้านทานโรคได้น้อยโดยเฉพาะโรคราน้ำค้าง

พันธุ์นิยม

 กุหลาบมีมากมายหลากหลายพันธุ์พร้อมจะให้เลือกปลูก ซึ่งแต่ละพันธุ์มีทั้งข้อดีข้อด้อยแตกต่างกันๆไป  แต่ส่วนมากแล้วผู้ปลูกหน้าใหม่มักจะเลือกพันธุ์ที่มีสีสวยไว้ก่อน  ดังนั้นการเลือกพันธุ์ตามลักษณะสีของดอกจึงเป็นทางเลือกอีกทางหนึ่งสำหรับผู้คิดจะเริ่มปลูกกุหลาบ
ลักษณะสีของดอก

  single color rose  คือกุหลาบที่สีของกลีบดอกมีสีเดียว  ไม่ว่าจะเป็นด้านหน้าหรือด้านหลังของดอกและทุกๆกลีบมีสีเหมือนกัน
  Multi-color rose  คือกุหลาบที่สีของกลีบดอกเปลี่ยนไปตามอายุการบานของดอก  ในช่วงหนึ่งจะมีหลายสีเพราะดอกบานไม่พร้อมกัน ส่วนมากจะเป็นกุหลาบพวง
เช่น พันธุ์ Sambra หรือ Charleston
   Bi-color rose  คือกุหลาบที่สีของกลีบดอกมี 2 สี โดยกลีบด้านในเป็นสีหนึ่ง ด้านนอกเป็นอีกสีหนึ่ง เช่น พันธุ์ Forty Niner
   Blend-color rose  คือกุหลาบที่สีของกลีบดอกด้านในมีมากกว่า 2 สีขึ้นไป เช่น พันธุ์ Monte Carlo
   Srtiped color rose  คือกุหลาบที่กลีบดอกในแต่ละกลีบมีสีมากกว่า 2 สีขึ้นไป ส่วนใหญ่มักเกิดเป็นสีสลับกันเป็นเส้นตามความยาวของกลีบดอก เช่น พันธุ์ Candy Stripe
พันธุ์กุหลาบสีต่างๆ
       กุหลาบสีชมพู   เป็นสีที่นิยมปลูกกันมาก นอกจากจะให้ความโรแมนติกและสวยงาม น่ารักแล้ว กุหลาบสีชมพูยังเข้ากันได้ดีกับดอกไม้สีอื่นๆในแปลงดอกไม้ของเราอีกด้วย ในสีชมพูของกุหลาบนี้ยังมีหลายเฉดสี เช่น ชมพูเข้ม ชมพูอ่อน ชมพูอมส้ม ชมพูอมขาว เป็นต้น  การจะเลือกปลูกกุหลาบสีชมพูแบบไหนก็แล้วแต่รสนิยมของผู้ปลูก ในที่นี้จะขอนำตัวอย่างพันธุ์กุหลาบสีชมพูสวยๆมาให้ดูกันเพื่ออาจทำให้ผู้ปลูกหน้าใหม่เกิดแรงบันดาลใจ และหามาปลูกกันบ้าง
Queen Elizabeth  เป็นกุหลาบประเภท Grandiflora  ที่ให้ดอกเดี่ยวคล้ายกับ Hybrid Tea
ดอกดก  สวยงาม  ลำต้น แข็งแรง   ถ้ามีการตัดแต่งกิ่งบ้างจะเป็นพุ่มสวยงาม    เติบโตได้ดีในทุกสภาพอากาศ แต่ถ้าอากาศร้อนดอกอาจเล็กลง 

Bonica   กุหลาบพุ่ม Shrub เป็นพันธุ์ที่เหมาะกับสวนหรือแปลงดอกไม้เล็กๆ  ลำต้นเป็นพุ่มสูงประมาณ 2-4 ฟุต แข็งแรง  ทนทานต่อทั้งสภาพอากาศร้อนและอากาศหนาว  ปลูกและดูแลรักษาง่าย  เจริญเติบโตได้ดี  ดอกดก  ออกดอกเป็นช่อ  สีสวย
กุหลาบสีแดง   ไม่ว่ายุคไหนสมัยไหนกุหลาบสีแดงยังคงครองความเป็นที่นิยมตลอดกาล โดยเฉพาะสีแดงเข้ม กุหลาบแดงนอกจากจะมีสีสวยงามแล้ว ยังมีความหมายถึงความรักอีกด้วย ถ้าคุณจะเริ่มต้นปลูกกุหลาบสักต้น กุหลาบสีแดงนี่แหล่ะใช่เลย ลองพิจารณาเพื่อเป็นตัวเลือกอีกทาง
Don Juan กุหลาบเลื้อย  Climbing  ดอกสีแดง  ดอกใหญ่กลีบดอกซ้อน สวยงาม รูปทรงของดอกคล้ายกับ Hybrid Tea  ออกดอกเดี่ยวหรืออาจเป็นช่อ  ปลูกไว้เพื่อตัดดอกหรือเป็นไม้ประดับก็ได้ ลำต้นตรง แข็งแรง แต่ไม่สูงมาก  เหมาะที่จะปลูกเป็นไม้เลื้อยตามสวนเล็กๆหรือตามระเบียง เนื่องจากสีแดงของดอกมองเห็นได้ไกลและสะดุดตา กุหลาบพันธุ์นี้เจริญเติบโตได้ดีในอากาศร้อน
Christian Dior  กุหลาบตัดดอก  Hybrid Tea เป็นกุหลาบที่ได้รับความนิยมมาก เนื่องจากดอกสีแดงสด ให้ดอกดก  รูปทรงดอกดี   จำนวนกลีบดอกพอเหมาะ   กิ่งยาวตรง  แข็งแรง  หนามน้อย ใบค่อนข้างหนา  ดอกบานเต็มที่ขนาด 10-12 ซ.ม. กลิ่นหอมอ่อนๆ
กุหลาบสีเหลือง เริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้น อาจเป็นเพราะว่าสีเหลืองของดอกทำให้แปลงดอกไม้ดูมีชีวิตชีวาและสวยงามขึ้น  กุหลาบสีเหลืองมีอยู่หลายเฉดสี  เหลืองเข้ม เหลืองอ่อน เหลืองปนขาว เหลืองอมส้ม ที่แน่ๆสวยทุกเฉดสี กุหลาบเหลืองหมายถึงความร่าเริง ความสุข และมิตรภาพ
Midas Touch กุหลาบตัดดอก Hybrid Tea  ดอกสีเหลืองเข้ม  ดอกใหญ่ รูปทรงดอกดี
ก้านดอกแข็ง เหมาะสำหรับเป็นกุหลาบตัดดอก  ต้นสูงประมาณ 4-5 ฟุต  แข็งแรง ต้านทานโรคได้ดี
Amber Queen  กุหลาบพวง Floribunda สีเหลืองส้ม  รูปทรงดอกดี  ให้ดอกดก  ออกดอกเป็นพวงสวยงาม  กลิ่นหอม ใบสีเขียวเข้มตัดกับดอก ต้านทานโรคได้ดี
กุหลาบสีขาว ถูกใช้ในการจัดเป็นช่อดอกไม้เจ้าสาวสำหรับงานแต่งงาน เนื่องจากมีความหมายถึงความบริสุทธิ์  หรือความรักที่บริสุทธิ์
white Christmas กุหลาบตัดดอก Hybrid Tea   ดอกสีขาว ขนาดใหญ่  กลีบดอกซ้อน ใบขนาดกลาง สีเขียวอ่อน ค่อนข้างมันเป็นเงา  ดอกมีกลิ่นหอม ข้อเสียของกุหลาบพันธุ์นี้คือต้านทานโรคได้น้อย ต้องอาศัยการดูแลรักษาสูง
Pascali กุหลาบตัดดอก Hybrid Tea ขนาดต้นสูง 5 ฟุต กว้าง 2 ฟุต ใบสีเขียวเข้ม กลีบดอกซ้อน สีขาว รูปทรงดอกสวย  กลิ่นหอมอ่อนๆ
กุหลาบสีม่วง
Blue Moon กุหลาบตัดดอก Hybrid Tea ดอกสีม่วง (ชมพูอมฟ้า)  กลิ่นหอมมาก  ใบขนาดกลางสีเขียวไม่เข้มแต่ค่อนข้างมัน ต้นสูงประมาณ 3-4 ฟุต กว้างประมาณ 2 ฟุต เหมาะที่จะปลูกในแปลงหรือเป็นไม้กระถาง ข้อเสียคือต้องระวังโรคเชื้อรา
Burgundy Ice กุหลาบพวง Floribunda  ดอกสีม่วง กลิ่นหอม  ดอกเป็นพวง ใบขนาดเล็ก  ต้นสูงประมาณ 3 ฟุต พุ่มกว้างประมาณ 2-3 ฟุต นิยมปลูกประดับในแปลง ออกดอกประมาณเดือนพฤษภาคม-กันยายน
กุหลาบสีส้ม
Westerland Rose  กุหลาบเลื้อย  climbing  สีส้มอ่อน กลีบดอกซ้อน  ขอบกลีบมีรอยหยัก  ดอกมีกลิ่นหอม  ลำต้นตั้งตรง แข็งแรง ต้นสูงได้ถึง 8 ฟุต ใบนุ่มสีเขียวเข้ม อาจเกิดโรคราได้ง่าย  นิยมปลูกให้เลื้อยไปตามรั้วบ้าน
Tropicana  กุหลาบตัดดอก Hybrid Tea    ดอกสีส้ม หรือสีแสด ดอกขนาดใหญ่ รูปทรงดอกสวย  กลีบดอกประมาณ 30-35 กลีบ  เป็นกุหลาบที่ชอบแดด  ไม่ชอบน้ำมาก  ออกดอกตลอดฤดู  ดอกมีกลิ่นหอมมาก ต้นสูงตั้งแต่ 3-6 ฟุต กว้างประมาณ 3 ฟุต ใบใหญ่
สีเขียวเข้มเป็นมัน   ต้านทานโรคได้น้อยโดยเฉพาะโรคราน้ำค้าง